วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
บทที่ 7 เรื่อง DSS
(1) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเกี่วยกับการจัดบ้านพักทหาร
1.1 จำเป็นต้องอาศัยระบบ DSS มาช่วยในการตัดสินใจด้วย เพราะว่า การที่จะสร้างบ้านพักทหาร เป็นการซับซ้อนมากหรืออาจเกิดความผิดพลาดก็ได้ ถ้า ไม่มีระบบช่วยในการตัดสินใจ แต่การที่ใช้ระบบช่วยในการตัดสินใจนั้นสร้างทางเลือกได้หลายๆ ทางเลือกในการตักสินใจ และถ้าตัดสินใจไปแล้วเกิดการผิดพลาดหรือไม่บรรลุตามเป้าหมายก็ยังสามารถมาทำการตัดสินใจได้โดยขั้นตอนการตัดสินใจอีกจนกว่าผลสำเร็จ
1.2 ใช้ระบบสนับสนุนการตักสินใจแบบจำลองของระบบ GDSS ซี่งเป็นระบบที่สามารถสร้างทางเลือกในการตัดสินใจโดยที่ สร้างแบบจำลองบ้านพักทหารตามที่ต้องการ แล้วนำมาทำการวิเคราะห์หรือประชุมหาข้อสรุป ทำการตัดสินใจ
(2) องค์ประกอบหลักจองระบบสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับบ้านพักทหารมีอะไร
2.1 ฐานข้อมูล Databasc ประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญ 2 ส่วน- Off-Post Data ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะสภาพเศรษฐกิจรอบๆ- On-post Data แหล่งข้อมูลภายในและภายนอกของบ้านพักทหารและฐานทัพ
2.2 ฐานแบบจำลอง Model Basc ประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญ 2 ส่วน- Regional Economic Model For the Area- Mocificd Schment Housing Market Analysis
คำถามท้ายบทที่ 7 เรื่อง DSS
ข้อ 1. อธิบายความหมายและองค์ประกอบหลักของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
คำตอบ.DSS : Decision Support System คือระบบที่นำมาช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจแก้ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาที่ไม่ได้กำหนดแนวทางในการจัดการไว้ล่วงหน้าชัดเจน
1. การใช้ความคิดประกอบเหตุผล (Intelligence) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหา นำข้อมูลมาวิเคราะห์ตรวจสอบ แยกแยะ กำหนดรายละเอียดของปัญหา2. การออกแบบ (Design) การพัฒนาวิเคราะห์ทางเลือกที่เป็นไปได้ อาจใช้ตัวแบบเพื่อสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ออกแบบหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด3. การคัดเลือก (Choice) เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและสถานการณ์มากที่สุด อาจใช้เครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์ คำนวณค่าใช้จ่าย ผลตอบแทนแต่ละแนวทาง เพื่อให้ได้ทางที่ดีที่สุด
4. การนำไปใช้ (Implementation) เป็นขั้นตอนที่นำผลการตัดสินใจไปปฏิบัติ ติดตามผลการปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบว่าดำเนินงานมีประสิทธิภาพ หรือขัดข้องประการใด
ข้อ 2. ลักษณะและความสมารถของระบบสนับสนุนการตัดสินใจมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
คำตอบ.
ข้อ 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจขั้นสูงมีความแตกต่างจากระบบผู้เชี่ยวชาญอย่างไร
คำตอบ.
ข้อ 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่มมีประโยชน์และแตกต่างจากระบบสนับสนุนการตัดสินใจส่วนบุคคลอย่างไร
คำตอบ.
ข้อ 5. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจนำมาใช้ในด้านการบริการลูกค้าได้อย่างไร จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
คำตอบ.
บทที่ 6 เรื่อง บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์การ
คำตอบ.
ข้อ 2. องค์การเสมือนจริงมีลักษณะอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับองค์การโดยทั่วไป
คำตอบ.
ข้อ 3. ระบบสารสนเทศสามารถถูกจัดดป็นประเภทใดบ้าง อธิบายและยกตัวอย่างระบบสารสนเทศในแต่ละประเภท
คำตอบ.
ข้อ 4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS) แตกต่างจากระบบสารสนเทศการประมวลผลธุรกรรม (TPS) อย่างไร
คำตอบ.
ข้อ 5. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระบบ TPS, OIS, MIS, DSS, และ EIS
คำตอบ.
บทที่ 5 เรื่อง Internet และ E-Commerce
ข้อ 1. Instant Messaging (IM) คืออะไร สามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้างและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไรคำตอบ.Instant Messaging : IM คือ โปรแกรมที่ให้ผู้ใช้สามารถส่งผ่านข้อความ, ตัวอักษร, ภาพนิ่ง,ภาพเคลื่อนไหว, ไฟล์มัลติมีเดีย หรือคุยตอบโต้กันได้แบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้ เนื่องเป็นการส่งข้อความแบบ Real-Time ทำให้ติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายใช้แทนการใช้โทรศัพท์ได้ และยังสามารถส่งงาน หรือเอกสารได้ ทำให้ช่วยสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจไปได้โดยง่า
ข้อ 2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Bussiness อย่างไร
คำตอบ.E-Commerce เป็นส่วนหนึ่งของ E-Bussiness คือ E-Bussiness จะมีการดำเนินธุรกรรมทุกขั้นตอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนหน้าร้าน (Front Office) และหลังร้าน (Back Office) ในขณะที่ E-Commerce จะทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
ข้อ 3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B), ธุรกิจกับลูกค้า (B2C), ธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และลูกค้ากับลูกค้า (C2C)
คำตอบ.ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างที่มุ้งเน้นให้บริการกับลูกค้าที่เป็นองค์การธุรกิจด้วยกัน เช่น ผู้ผลิต-ผู้ผลิต ผู้ผลิต-ผู้ส่งออก ผู้ผลิต-ผู้นำเข้า และผู้ผลิต-ผู้ค้าส่งธุรกิจกับลูกค้า (B2C) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ขายที่เป็นองค์การธุรกิจกับผู้ซื้อหรือลูกค้าแต่ละคนอาจเป็นการค้าปลีกแบบล็อตใหญ่หรือเหมาโหล หรือแบบขายปลีกที่มีมูลค่าการซื้อขายสินค้าจำนวนไม่สูงธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเอกชนกับภาครัฐ ได้แก่การประมูลออนไลน์ (E-Auction) และการจัดซื้อจัดจ้าง (E-Procurement)ลูกค้ากับลูกค้า (C2C) เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนและซื้อ-ขายสินค้าอาจทำผ่าน Website
ข้อ 4. จงยกตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาอย่างละ 5 ข้อ
คำตอบ.
ข้อ 5. Internet ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
คำตอบ.เป็นชุมชนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีทั้ง ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ เข้าออกแล้วค้นหาสินค้าและบริการตลอดเวลา จึงเป็นแหล่งที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ Internet จึงเป็นเหมือนจุดศูนย์การในการทำธุรกิจของโลกปัจจุบันมาก
ข้อ 6. Internet มีประโยชน์ต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
คำตอบ.มีหน้าที่ให้บริการต่าง ๆ กับลูกค้าตั้งแต่การค้นข้อมูลของ สินค้าและบริการ การสั่งซื้อ หรือแม้แต่การชำระเงินก็สามารถทำได้สะดวก สินค้าและบริการบ้างอย่างก็จะมีการให้บริการหลังการขายผ่านทาง Internet ด้วย
ข้อ 7. ในยุคความเจริญของ internet ความเร็วสูง การจำหน่าย softeware ในรูปแบบของ CD-Rom น่าจะลดน้อยลงและได้รับความนิยมน้อยกว่าการจำหน่ายโดยวิธีการ download ผ่านทาง internet แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น การจำหน่าย software ในรูปของ CD-Rom ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุผลใด
คำตอบ.คงเป็นความไม่มั่นใจของ File ที่ Download มาแล้วนั้นจะไม่สมบูรณ์แล้วต้องทำการ Download ใหม่เป็นการเสียเวลาจึงทำให้ส่วนใหญ่ CD-Rom ยังเป็นที่นิยมของการจำหน่าย Software ในปัจจุบันนี้
บทที่ 4 เรื่อง การสื่อสารข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1) โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูลซึ่งผู้ส่งข้อมูลจะต้องส่งข้อมูลในรูปแบบตามวิธีการสื่อสารที่ตกลงไว้กับผู้รับข้อมูล จึงสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้
2) การและเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) คือ ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐาน
3) บลูทูธ (BlueTooth) เป็นเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้การส่งข็อมูลทางคลื่นวิทยุ ใช้ความถี่ที่ 2.45GHz ซึ่งทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถือเคลื่อนย้ายได้ สามารถติดต่อเชื่อมโยงสื่อสารแบบไร้สารระหว่างกันในช่วงระยะห่างสั่น ๆ ได้
ข้อ 2.จงอธิบายเปรียบเทียบมาตรฐานการสื่อสารและเครือข่าย การนำไปใช้งานระหว่าง
PAN, LAN, MAN และ WAN
คำตอบ.PAN เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล เป็นเครือข่ายสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน
LAN เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะการเชื่อมต่อไม่เกิน 10 กิโลเมตร ความเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูลประมาณ 10-100 Mbps ส่วนมากใช้ในองค์การ สำนักงาน
MAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีความสามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบล หรือทั้งอำเภอได้เป็นการเชื่อมต่อของระบบ LAN หลาย ๆ ระบบร่วมกันWAN เป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่มากครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมดของระบบ LAN และ MAN พื้นที่ของเครือข่ายระบบ WAN สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือสามารถครอบคลุมได้ทั่วโลก
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
โดย นสพ.ไทยรัฐ ปีที่ 58 ฉบับที่ 18191 วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2550
ไทย จับมือ ญี่ปุ่น หวังดันมาตรฐานโอ เพนซอร์สขึ้นสู่สากล
ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (8 พ.ย.) ถึงบรรยากาศงานเอเชีย โอเพนซอร์ส ซอฟต์แวร์ คอนเฟอเร้นท์ แอนด์ โชวเคส 2007 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว วันสุดท้ายว่า บรรยากาศยังเป็นไปด้วยความคึกคักทั้งในส่วนของการออกร้านทางธุรกิจ และการสัมมนาที่แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของภาคธุรกิจ ที่มีวิทยากรสำคัญจากต่างประเทศมาร่วมบรรยาย และส่วนของการการถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้พัฒนา
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน กล่าวถึงกิจกรรมสำคัญในงานครั้งนี้ ว่า นอกเหนือจากแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาและส่งเสริมการใช้งานโอเพนซอร์สภูมิภาคเอเชียแล้ว ยังมีการประชุมแบบปิดและการเจรจาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของศูนย์โอเพนซอร์สที่จัดตั้งในประเทศต่างๆ
ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ประเทศไทยในนามเครือข่ายซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในภูมิภาคเอเชียยังได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ ไอพีเอ ที่เป็นสถาบันวิจัยภาครัฐที่พัฒนาและส่งเสริมการใช้โอเพนสแตนดาร์ดและโอเพนซอร์ส โดยไทยจะได้ข้อมูลการทดสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านโอเพนซอร์สที่ไอพีเอดำเนินการอยู่เพื่อนำมาเผยแพร่ให้กับนักวิจัยและนักพัฒนาโอเพนซอร์สในไทย ที่จะนำไปต่อยอดพัฒนาได้ รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลการเลือกใช้สินค้าและบริการด้านโอเพนซอร์ส ที่ได้รับการทดสอบแล้วใช้งานได้ตรงกับความต้องการของญี่ปุ่น
ด้านนายวิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช รักษาการผู้อำนวยการโครงการโปรแกรมซอฟต์แวร์ประยุกต์ เพื่อสารสนเทศและอุปกรณ์เคลื่อนที่ เนคเทค กล่าวว่า ในงานครั้งนี้ เครือข่ายโอเพนซอร์สได้มีความเห็นร่วมกันที่จะทำหน้าที่ทดสอบการใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ ที่ทำงานบนแพลทฟอร์มของฮาร์ดแวร์ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานว่า ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส สามารถรองรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงได้มากน้อยเพียงใดและมีข้อจำกัดในการใช้งานในด้านใดบ้าง
“นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างจัดทำฐานข้อมูลของบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และบริษัทผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องโอเพนซอร์ส ที่จะรวบรวมเข้ามาเป็นไดเร็คทอรี่ ไว้ในเว็บไซต์ www.ossn.or.th รวมถึงผลักดันให้มีการเรียนการสอนหลักสูตรการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ในสถาบันการศึกษา และเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ ด้วยการจัดทำหลักสูตรมาตรฐานที่ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส” รักษาการผู้อำนวยการโครงการโปรแกรมซอฟต์แวร์ประยุกต์ เพื่อสารสนเทศและอุปกรณ์เคลื่อนที่ เนคเทค กล่าว
นายวิรัช กล่าวต่อว่า บริษัท การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยไอทีระดับโลก มีข้อมูลระบุว่า โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีของเอเชีย และคาดว่า มากกว่า 60% ของหน่วยงานรัฐ ทั้งระดับกลางและระดับใหญ่ในภูมิภาคนี้ จะใช้โอเพนซอร์สเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในด้านโอเปอเรชั่นของรัฐ ภายในปี 2553 และโอเพนซอร์สยังช่วยลดต้นทุนการนำเข้าซอฟต์แวร์ระบบปิด ดังนั้น การพัฒนาโอเพนซอร์สจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ การศึกษาและภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินการได้สำเร็จอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
วงจรการทำงานของคอมพิวเตอร์
มีขั้นตอนการทำงานพื้นฐาน 4 ขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย
การรับข้อมูล การประมวลผล การแสดงผล และการจัดเก็บข้อมูล หรือที่เรียกย่อๆ ว่า IPOS Cycle (Input Process Output Storage Cycle)
1. รับข้อมูล (Input) อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น เมาส์ Mouse สแกนเนอร์ (Scanner) ไมโครโฟน (Microphone) และกล้องดิจิทัล (Digital Camera) เป็นต้น
2. ประมวลผล (Process) เช่น การคำนวณ ภาษี คำนวณเกรดเฉลี่ย
3. แสดงผล (Output) การที่ได้จากการประมวลผลไปยังหน่วยแสดงผล ซึ่งอุปกรณ์ได้แก่ จอภาพ ลำโพง เครื่องพิมพ์
4. จัดเก็บข้อมูล (Storage) คือการจัดเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดีรอม
ประเภทของคอมพิวเตอร์
โดยทั่วไปนิยมจำแนกประเภทคอมพิวเตอร์เป็น 7 ประเภท
1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด มีราคาสูงมาก สามารถประมวลผลได้ถึงพันล้านคำสั่งต่อวินาที ปัจจุบันมีการนำไปใช้กับงานออกแบบชิ้นส่วนรถ งานวิเคราะห์สินค้าคงคลัง การออกแบบงานด้านศิลปะ ฯลฯ
2. คอมพิวเตอร์เมนเฟรมหรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Mainframe Computer) มีประสิทธิภาพรองจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับการทำงานจากผู้ใช้ได้หลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน นิยมใช้กับองค์การขนาดใหญ่ที่มีการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมากในเวลาเดียวกัน เช่น ธนาคาร การจองตั๋วเครื่องบิน การลงทะเบียน บริษัทประกัน
3. มินิคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง (Minicomputer) หรือเรียกว่า Mid-rang Computer/Sever มีประสิทธิภาพด้านความเร็วน้อยกว่าเมนเฟรม สามารถรองรับการทำงานจากผู้ใช้หลายคน ตัวอย่างการใช้งานเช่น การคำนวณทางด้านวิศวกรรม การจองห้องพักโรงแรม งานด้านการบัญชีขององค์การธุรกิจ
4. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop Computer) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เรียกกันว่า PC (Personal Coomputer)
5. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรือบางครั้งเรียกว่า แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (Laptop Computer) เป็นคอมฯ ที่มีขนาดเล็ก บาง และนำหนักเบา เหมาะแก่การพกพา ใช้กับไฟฟ้ามาตรฐานทั่วไป และแบตเตอรี่
6. Hand-held Personal Computer หรือ Palmtop Computer เป็นคอมฯ ที่มีขนาดเล็กที่สุด หรือที่เรียกกันว่า PDA (Personal Digital Assistant)
7. คอมพิวเตอร์แบบฝัง (Embedded Computer) นิยมนำมาใช้ทำงานเฉพาะด้าน เช่น เครื่องเล่นเกม ระบบเติมน้ำมันอัตโนมัติ โทรศัพท์มือถือ ตู้ร้องคาราโอเกะ
เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ (Hardware)
โดยทั่วไปหมายถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต่อพ่วงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบหลัก 6 ส่วนคือ
1. อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices)
2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรือ ซีพียู (CPU)
3. หน่วยความจำ (Memory)
4. อุปกรณ์แสดงผล (Output Devices)
5. อุปกรณ์การสื่อสาร (Communication Devices)
6. อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรอง (Storage Devices)
การบริหารทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมต่อการใช้งานในองค์การมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ผู้บริหารจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการจัดการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ให้เกิดการใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งในการจัดการกับทรัพยากรไอทีด้านฮาร์ดแวร์นั้นมีประเด็นในการพิจารณาดังนี้
1. จัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับความจำเป็นและการแข่งขันของธุรกิจ
2. กำหนดมาตรฐานในการจัดซื้อจัดหาทรัพยากรฮาร์ดแวร์
3. จัดทำระบบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
เทคโนโลยีซอฟต์แวร์
มีหน้าที่ในการควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ตามผลลัพธ์ที่ต้องการ แบ่งเป็น 2 ประเภท
1. ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งได้ 2 ประเภท
- ระบบปฏิบัติการ เช่น ระบบปฏิบัติการดอส , ลีนุกซ์, windows 98, ME, XP, Vista
- โปรแกรมอรรถประโยชน์ เช่น โปรแกรม Disk Defragmenter , Virus Scan, WinZip
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือ เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะงานต่างๆ ขององค์การ และมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง เช่น Microsoft word, power point, Adobe Photoshop, Adobe Pagemaker ฯลฯ
ภาษาโปรแกรม
สามารถแบ่งเป็น 5 ยุคได้ดังนี้
1. ภาษาเครื่อง คือ ภาษาที่ประกอบด้วยเลขฐานสอง (Binary Digits หรือ bits) คือ เลข 0 กับ 1
2. ภาษาแอสแซมบลี (Assembly Language) เป็นการใช้สัญลักษณ์แทนภาษาเครื่อง 0 กับ 1 เช่น PRICE แทนตำแหน่งที่เป็นที่อยู่ของ unit price ซึ่งเดิมเป็นตัวเลข 11001011
3. ภาษาระดับสูง (High-level Languages) หรือภาษาโพรซีเยอร์ เป็นคำสั่งลักษณะเหมือนภาษาอังกฤษ เช่น add แทน คำสั่ง บวก print แทน คำสั่ง พิมพ์ ฯลฯ
4. ภาษาระดับสูงมาก (Very High-level Languages) แตกต่างจากยุคที่สาม โดยไม่ใช้ภาษาโพรซีเยอร์ โดยเพียงเขียนโปรแกรมส่งว่าต้องการอะไร (what) โดยไม่เขียนคำสั่งอธิบายว่าต้องทำอย่างไร (how) จึงเป็นการง่ายกว่าเขียนภาษาในยุคที่สาม (ก็งง..!)
5. ภาษาธรรมชาติ เป็นคำพูดของภาษามนุษย์เป็นโครงสร้างของภาษาอังกฤษ เช่น select first_n, last_n from student where gpa>3.0 แต่เป็นภาษาธรรมชาติ คือ tell me he names of students with gpa over 3.0 ส่วนมากนำไปใช้ประยุกต์กับระบบ ผู้เชี่ยวชาญ (Expert System)
วิเคราะห์กรณีศึกษา
คำถามข้อที่ 1
- ไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการสั่งก๋วยเตี๋ยวของลูกค้า
- คิดเงินให้ลูกค้าได้สะดวก รวดเร็วและไม่เกิดข้อผิดพลาด
- ทางร้านสามารถตรวจสอบยอดขายของแต่ละวันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วช่วย
- ให้ร้านมีความรวดเร็วมากขึ้น
- ทำให้เกิดความแม่นยำตรงตาเมนู
- ทำให้เกิดทั้งพ่อค้าและพ่อครัว
คำถามข้อที่ 2
- เครื่องพีดีเอมีราคาสูงเกินไปสำหรับร้านก๋วยเตี๋ยว
- พนักงานในร้านบางคนไม่สามารถใช้เครื่องพีดีเอได้โดยต้องเสียเวลาในการสอนให้กับพนักงาน
- หากเครื่องเกิดปัญหาก็จะส่งผลให้ทำงานได้ล่าช้า
คำถามข้อที่ 3
- ธุรกิจเกี่ยวกับการขายอะไหร่รถยนต์ เพราะ การสั่งของๆลูกค้านั้น ส่วนมากลูกค้าจะสั่งของเป็นจำนวนมากๆ ดังนั้นถ้าใช้การจดจำหรือการจดบันทึกที่มีประสิทธิภาพที่ไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าไม่ครบจำนวนหรืออาจจะขาดๆเกิน จึงจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจแล้วก็อาจจะไม่กลับมาซื้อของที่ร้านอีก เพราะฉะนั้นการที่นำพีดีเอเข้ามาใช้จะสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้อย่างดี
โดย นสพ.ไทยรัฐ ปีที่ 58 ฉบับที่ 18191 วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2550
“เหยื่อความโลภ” ภัยคุกคามความ ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์
“ท่านเป็นผู้โชคดี ได้รับรางวัลแจ็คพ็อตจากบริษัท...มูลค่ากว่าล้านบาท แต่ท่านจะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียม...บาท จึงจะสามารถรับรางวัลได้”
ข้อความแบบนี้มักปรากฎอยู่บนสแปมเมล์ทั่วไป ถ้าเป็นคนไม่สนใจก็มักจะลบทิ้ง แต่ก็มีหลายรายที่ไม่รู้และหลงกลตกเป็นเหยื่อ หรือแม้แต่การโทรศัพท์ไปอ้างว่า “คุณเป็นผู้โชคดีได้เงินรางวัล แต่จะโอนเงินให้ที่ตู้เอทีเอ็มโดยต้องกดปุ่ม ตามที่เจ้าหน้าที่บอก” ก็เห็นเป็นข่าวกันอยู่เสมอ
ภัยจากการหลอกลวง ออนไลน์ หรือการทำฟิชชิ่ง และฟาร์มมิ่ง ถือเป็นเรื่องที่ต้องหันมาใส่ใจ นอกจากการป้องกันไวรัส หรือมัลแวร์ และการเจาะระบบของแฮกเกอร์ เพราะถือเป็นเรื่องที่เข้ามาใกล้ตัวผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคนมากที่สุด ไม่ได้จำกัดการคุกคามอยู่ที่ตามองค์กร หรือบริษัทใหญ่ๆ อีกต่อไป เนื่องจากผู้ใช้ทั่วไปมักจะหลอกง่ายกว่า ลงทุนน้อยกว่าแต่ได้ผลตอบแทนสูง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่บริษัทด้านความปลอดภัย หรือ งานสัมมนาด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ เกือบทุกแห่งต้องพูดถึงอยู่เสมอๆ
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เล่าถึงเหตุผลที่ต้องให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ว่า เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มองเห็นด้วยตา ไม่เหมือนการเฝ้าบ้านป้องกันขโมย ตัวโปรแกรมซอฟต์แวร์ซื้อมาก็ใช้ไป แต่วันนี้เราใช้งานจนลืมเรื่องความปลอดภัย ไม่คิดว่าหากคนไม่ดีเข้ามา พยายามเจาะช่องว่างในโปรแกรม ขโมยข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ไป เปิดมาอีกที่ก็ขึ้นหน้าจอว่าโดนแฮก หรือว่างโล่งไปทั้งจอ หรือภัยจากโปรแกรมบ็อตเน็ต และสแปมเมล์ที่พูดกันมานานแล้ว ก็ยังมีระบาดทำให้คนเดือดร้อนมากขึ้น
ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ให้ความเห็นต่อว่า ขณะที่การออนไลน์ทั้งบนเว็บยุค 1.0 หรือ 2.0 แม้จะสะกดผิดแค่พยัญชนะตัวเดียวก็มีเว็บอื่นๆมารองรับ แถมยังมีคนใจดีหาโปรแกรมให้ดาวน์โหลดฟรีๆ อีกมีโปรแกรมช่วงลงรหัสผ่าน หรือมีโปรแกรมถอดรหัส คนส่วนมากไม่ค่อยคิดว่าจะมีคนอุตริทำโปรแกรมแบบนี้ก็มีจนได้ โดยการก่อการร้ายบนโลกไซเบอร์เวลานี้บรรยากาศเปลี่ยนไป จากที่แฮกเกอร์เคยแฮกเอาความสนุกสนาน เวลานี้ก็หันมาแฮกเพื่อเงิน และทรัพย์สินมากขึ้น เช่นการเรียกค่าไถ่ข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ อยู่ดีๆ ผู้ใช้งานก็เปิดไฟล์ไม่ได้ เหมือนจอดรถยนต์แล้วโดนล็อคล้อ เป็นต้น
พ.ต.อ.ญาณพล อธิบายว่า ตั้งแต่มี กฎหมายฯ นี้ก็มีเจ้าทุกข์หลายรายที่โตกเป็นเหยื่อ เข้ามาแจ้งความแล้ว ความจริงก่อนหน้านี้ สังคมอินเทอร์เน็ตเราก็อยู่กันแบบเถื่อนๆ เพราะไม่มีกฎ กติกามาควบคุม แต่พอมีบังคับใช้ขึ้นมาก็โวยวาย เวลานี้คนตื่นตัวกันมาก และคงต้องพูดกันอีกพอสมควรเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากปกติกฎหมายมักจะเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หากใครเอามือแตะคีย์บอร์ด ถือว่าเข้าข่ายหมด เชื่อว่า กฎหมายนี้จะช่วยถ่วงดุลให้กรณีพิพาทต่างๆ ถูกควบคุมดูแลมากขึ้น
“แม้แต่กรณีสกิมมิ่ง บัตรเครดิต หรือการดูดเอาข้อมูลจากบัตรเครดิต ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็ออกมาประกาศแล้วว่า ให้ทุกธนาคารเข้ารหัสข้อมูลบัตรเครดิต หรือการหลอกลวงทางโทรศัพท์ให้เหยื่อไปกดตู้เอทีเอ็ม เป็นการหลอกลวงด้วยวิธีที่ใช้ตามประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จึงมีหลายประเทศโดน โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ทางภาคใต้โดนหลอกมากที่สุด ดังนั้น ดีเอสไอเองจึงขอความร่วมมือให้ทุกธนาคารทำ บรรยายไทยไปที่หน้าเมนูภาษาอังกฤษ กับตู้เอทีเอ็มทุกตู้เพื่อช่วยให้ประชาชนปลอดภัยมากขึ้น” ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ กล่าว
พ.ต.อ.ญาณพล เล่าให้ฟังด้วยว่า ทำให้คิดกันว่าทำไมคนไทยถึงได้ถูกพวกมิจฉาชีพหลอกลวงได้มากขนาดนี้ ที่ผ่านมามีชาวบ้านแถวพุทธมลฑลโดนหลอกลวงเอาเงินไป 66 ล้านบาท เดินหน้ามืดมาแจ้งความ ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะตอนโดนใหม่ๆ อายไม่กล้าบอกใคร พอรู้ว่าโดนโกงไปก็ถึงกับเข่าอ่อน มีเหยื่อบางรายที่ภาคเหนือโดนหลอกไป 2 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรายหนึ่งโดนหลอกไป 6 ล้านบาท ยังไม่รวมรายย่อยที่โดนหลอกเล็กๆ น้อยๆ อีก คนที่โดนหลอกส่วนมากจะมีการศึกษาดี มีอายุ หรืออยู่ในวัยเกษียณแล้ว สามารถโทรไปคุยกับฝรั่งได้ ส่วนคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษจะไม่ค่อยโดน เพราะเห็นเป็นภาษาอังกฤษจึงไม่สนใจเปิดอ่าน
ด้าน ดร.รอม หิรัญพฤกษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้ความเห็นว่า การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับการแฮก แต่อัตราความเสียหายมากเกินกว่า เพราะไม่ต้องพึ่งพาไวรัส แต่เป็นการหลอกลวงแบบ Social Attack เชื่อว่าคนที่โดนอีเมล์หลอกลวงว่า ถูกล็อตเตอรี หวยล็อตโต้ ผู้โชคดีรายการนั้น รายการนี้ ถ้าอยากรับรางวัลต้องส่งเงินค่าธรรมเนียมเท่านั้น เท่านี้ มีมากกว่า 10 ล้านคน แม้การหลอกลวงอัตราความสำเร็จจะมีแค่ 1% คือ เชื่อแล้วโอนเงินให้ แบบนี้ถือว่าเป็นอาชญากรรมข้างประเทศ ทุกคนไม่ควรหลงเชื่อ หรืออย่าเชื่อจดหมายลักษณะนี้ที่มาทางอินเทอร์เน็ต
“เหยื่อบางคนเก่งอ่านภาษาอังกฤษได้ ก็มีการโทรไปถาม สุดท้ายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออีก เพราะเวลาคุยกับคอลล์เซ็นเตอร์พวกนี้ มักจะหลอกถามข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น แม้เขาจะส่งอีเมล์มาหลายรอบก็อย่าไปตอบรับเด็ดขาด คอลล์เซ็นเตอร์เหล่านี้มักจะอยู่ในอินเดีย เมื่อมีเรื่องมีราวก็สาวไปไม่ถึงต้นตอ คิดดูว่าเพียง 1% ของคนที่ตกเป็นเหยื่อโอนเงินแม้จะจำนวนเล็กน้อย แต่ถ้ามีหลายคนก็เป็นเงินก้อนมหาศาล และที่สำคัญอยากบอกว่าสลากกินแบ่งของต่างประเทศ ส่วนมากกฎหมายจะกำหนดบังคับจ่ายเฉพาะผู้อยู่ในประเทศเท่านั้น หมายความว่าคนต่างชาติเขาไม่จำเป็นต้องจ่ายก็ได้ ลองคิดดูเรื่องนี้แรงกว่าเล่นคาสิโนออนไลน์อีก เพราะคาสิโนเรายังตามจับได้ เนื่องจากถือเป็นการเล่นพนัน“ ผู้ช่วย.ผอ.สวทช. กล่าว
ดร.รอม กล่าวเพิ่มเติมว่า เวลานี้รูปแบบการหลอกลวงใหม่เข้ามาให้เห็นมากมาย เช่น จอร์เจีย แอทแทค ที่ทั่วโลกให้ความสนใจพูดถึงมาก เพราะคนที่ลงมือคือผู้ชำนาญที่มาจากยุโรปตะวันออก หรือประเทศที่แยกตัวจากรัสเซีย เมืองไทยคนถูกหลอกกันมากมายกับ เรื่องได้มรดกบ้าง ได้รับสิทธิ์โอนเงินเข้าบัญชีบ้าง คล้ายกับรูปแบบ “ไนจีเรียสแกม” ชื่อเหล่านี้มากจากปลายทางของการหลอกลวง รูปแบบการหลอกลวงลักษณะนี้ ผู้ไม่ประสงค์ดีลงทุนน้อยได้เงินมาก หากมีการทำเวอร์ชันภาษาไทยได้จะยิ่งไปกันใหญ่ ถือเป็นเรื่องที่ปล่อยไว้ไม่ได้ พวกนี้ยิ่งกว่าขอทาน เป็น 18 มงกุฎ ต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ
น่าสนใจมากสำหรับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ที่นับวันยิ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และยังให้ภาพที่ไม่ดีต่อการตัดสินใจ เพื่อทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย โดยปัจจุบันภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน หรือมีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนอีกต่อไป แต่อาศัยความโลภ หรือ การรู้ไม่เท่าทันของตัวผู้ตกเป็นเหยื่อเอง หลอกกันซึ่งๆ หน้า ตามจับก็ไม่ได้
ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจ เพราะเหยื่อส่วนมาก คือ ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่เป็นผู้ใช้เริ่มต้น คงต้องมาตามดูอีกทีว่าในทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าพนักงาน ตาม พรบ.คอมฯ ฉบับล่าสุด จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดเหล่านี้อย่างไร และผู้ร้ายบนโลกไซเบอร์จะมาไม้ไหนอีกในอนาคต เพราะวันนี้เดาไม่ได้เลยว่าพรุ่งนี้อีเมล์ที่อ่านอยู่เข้าข่ายหลอกลวงด้วยหรือไม่...